วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556


คอลลาเจนจากปลาทะเล Hydrolyzed Fish Collagen ช่วยอะไร

Hydrolyzed Fish Collagen for skin
คอลลาเจนจากปลาทะเลที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้ง่าย ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอิลาสตินให้กับผิวได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มความยืดหยุ่น กระชับให้กับผิว และยังช่วยให้ผิวอุ้มน้ำได้มากขึ้นส่งผลให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง เรียบเนียน ไม่แห้งกร้าน ชะลอการเกิดริ้วรอย มีประสิทธิภาพในการรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง ปรับสภาพผิวที่แห้งกร้าน เร่งการผลัดเซลล์ผิว เร่งการผลิต Elastin ลดริ้วรอยและความแห้งกร้าน ช่วยฟื้นฟูผิวที่โดนแดดเผา
Hydrolyzed Fish Collagen for health
คอลลาเจน จะย่อยและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดในรูปของกรดอะมิโน และยังมีสารอาหารในกลุ่มสารประกอบที่เกิดจากกรดอะมิโนและน้ำตาลกลูโคสซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่สุดของสารอาหารคาร์โบไฮเดรต เป็นสารประกอบที่มีชื่อว่าเรียกว่า “โปรทีโอไกลแคน” (Proteoglycans) หรือบางครั้งเรียกว่าสารไกลโคซามิโนไกลแคน (Glycosaminogiycans) ซึ่งสารนี้มีความจำเป็นที่จะนำไปใช้ในขบวนการทางชีวเคมีต่างๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีความบกพร่องของปริมาณสารอาหารโปรทีโอไกลแคนในร่างกาย เช่นผู้ที่มีปัญหาด้านผิวพรรณ ความเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอย ผู้ที่กำลังต้องการรักษาแผลเป็นจากสิว ผู้ที่มีปัญหาของเส้นผมและเล็บ ผู้ที่มีปัญหาเรื่องของระบบหลอดเลือดเปราะแตกง่าย และผู้ที่มีปัญหาเรื่องของกระดูกข้อต่อเสื่อมเป็นต้น เนื่องจากร่างกายของเราจะนำสารโปรทีโอไกลแคนนี้ไปใช้ในกระบวนการสร้างเส้นใยโปรตีนที่ชื่อว่า เส้นใยโปรตีนคอลลาเจน ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการบำรุงผิวพรรณ เล็บ เส้นผม และกระดูกข้อต่อเป็นอย่างมาก
Hydrolyzed Fish Collagen for Slim
เนื่องจากคอลลาเจน มีประโยชน์ในการซ่อมแซมความแข็งแรงของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ที่ทำหน้าที่เสริมความแข็งแรงของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย และช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งกระบวนการสร้างมวลกล้ามเนื้อ ร่างกายจะนำเอาน้ำตาลและไขมันสะสมมาเผาผลาญเป็นพลังงานมากขึ้น คอลลาเจน จึงถือเป็นตัวแปรสำคัญซึ่งช่วยในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ซึ่งกลไกการสร้างมวลกล้ามเนื้อ มักจะเกิดขึ้นในขณะที่เรานอนหลับ ซึ่งต้องใช้โปรตีนคอลลาเจนควบคู่กัน ดังนั้นหากเรารับประทานคอลลาเจนในช่วงก่อนนอน ร่างกายจะสามารถนำมาใช้ในการเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อให้เผาผลาญไขมันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนประกอบสำคัญ
1.Hydrolyzed Fish Collagen/คอลลาเจนจากประเทศสวิทเชอร์แลนด์ เกรดพีเมี่ยม
คอลลาเจนบริสุทธิ 100% จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นคอลลเจนซึ่งมีโมเลกุลที่เล็กมากถึง 1000 ดาตั้น ทำให้ร่างกายนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย ทำให้คอลลาเจนไม่เสื่อมประสิทธิภาพ ทำให้ใบหน้าและผิวพรรณ ใสเด้ง ไร้ริ้วรอยได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง
2.L-Glutathione/ แอล-กลูต้าไธโอน จากประเทศสวิทเซอร์แลนด์
ช่วยยับยั่งการทำงานของ Tyrosinase เอนไซม์ที่ควบคุมการสังเคราะห์เม็ดสี Melaninสาเหตุของผิวหมองคล้ำ ช่วยเพิ่มการสร้างเม็ดสี Phaeomelanin ที่มีสีขาวนวลผุดขึ้นมาแทนที่ ส่งผลให้ผิวหน้าขาวผุดผ่อง กระจ่างใสขึ้น อย่างเป็นธรรมชาติ
3.Grape seed Extract / สารสกัดจากเมล็ดองุ่น
สารสกัดจากเมล็ดองุ่น มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระแล้วยังเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้ผิวแข็งแรง จึงช่วยให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี ไร้ริ้วรอย ทำให้ผิวเเลดูมีเลือดฝาด อ่อนกว่าวัย และสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกาย การรับประทานสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นประจำจะทำให้ร่างกายมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือคืนความแข็งแรงให้คอลลาเจน สารสกัดจากเมล็ดองุ่นลดการทำงานของเอนไซม์ทีคอลลาจิเนส ที่เป็นสาเหตุทำให้เนื้อเยื่อคอลลาเจนถูกทำลายและทำให้ผิวพรรณแก่ก่อนวัย โดยสารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะช่วยซ่อมแซมตัวเองของคอลลาเจน คืนความแข็งแรง และความยืดหยุ่น ให้กับผิวพรรณ
4.Pine Bark Extract / สารสกัดจากเปลือกสนฝรั่งเศส
มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง มีสารOligomeric Proanthocyanidins (OPCs)สามารถ ชะลอความแก่และช่วยลดความหยาบกร้านของเซลล์ผิวทำให้ผิวพรรณดูสดใส เปล่งปลั่งและช่วยเร่งการขจัดเม็ดสีที่ตกค้าง ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ลดปริมาณการสร้างเม็ดสี(Melanin)ที่ผิดปกติ อันเป็นสาเหตุของการเกิดกระและฝ้า ช่วยให้ขนาดและความเข้มของรอยหมองคล้ำค่อย ๆ ลดลง คืนความยืดหยุ่น เนียนสวย อย่างเป็นธรรมชาติ
5.Tomato Extract / สารสกัดจากมะเขือเทศ
อุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณในปริมาณที่สูง เช่น Vitamin A , Vitamin B , Vitamin C , Vitamin E , และสารที่สำคัญคือไลโคพีน ( Lycopene ) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoid) ที่มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ และช่วยในการป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา และแบคทีเรีย อุดมไปด้วยวิตามินเอ , วิตามินบี ,วิตามินซี และวิตามินอี ที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว อีกทั้งยังป้องกันการเกิดริ้วรอยได้ด้วย และกรดอ่อนๆในมะเขือเทศ ช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ช่วยสมานผิวลดการเกิดสิว กระชับรุมขนให้ละเอียดและเล็กลง ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้เป็นอย่างดี และช่วยทำให้ผิวเนียนละเอียดปรับสมดุลย์ผิว เหมาะสำหรับผิวบอบบางและแพ้ง่าย ป้องกันการสูญเสียน้ำในเซลล์ผิว เนื่องจากในมะเขือเทศมีวิตามินซีในปริมาณที่สูงมากจึงช่วยลดความมันผิวได้ด้วยและช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพได้อย่างอ่อนโยนพร้อมเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่สดใสและแข็งแรงขึ้น และลดการทำงานของเม็สีเมลานินในชั้นผิว ลดรอยดำ และความหมองคล้ำจากผลกระทบโดยตรงหรือโดยทางอ้อมจากแสงแดด ลดการถูกทำลายของผิว ช่วยปกป้องจาการทำลายของอนุมูลอิสระ ช่วยลดการเกิดริ้วรอยทำให้ผิวมีน้ำมีนวล เปล่งปลั่งยิ่งขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต จึงส่งผลให้ผิวมีความกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
6. Alpha Lipoic acid
อัลฟ่า ไลโปอิค แอดซิดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี มีคุณสมบัติคล้ายกับวิตามินในร่างกายALA จะทำงานร่วมกับวิตามิน อี โดยจะช่วยในการ Recycle ให้วิตามิน อี ที่จับกับอนุมูลอิสระไปแล้ว ให้กลับมาทำงานใหม่ได้ รวมทั้งมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ช่วยเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม ช่วยป้องกันความเสื่อมโทรมของเซลล์ ทำให้ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย
7. Acerola Cherry อะเซโรล่า เชอร์รี่
อะเซโรล่า เชอร์รี่ จัดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีจากธรรมชาติสูงที่สุดชนิดหนึ่งมีปริมาณวิตามินซีสูงกว่าที่พบในส้ม 30-80 เท่า และยังเป็นแหล่งของแร่ธาตุและวิตามินอื่นๆ เช่นวิตามิน A, B, calcium, magnesium, folate, และ phosphorous และให้สารกลุ่มFlavonoids, anthocyanins ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย
8. Ascorbic Acid/ วิตามินซี
เป็นสารอาหารที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าไป วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้ เป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือด ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)และอื่นๆอีกมากมาย
9. L- Cyteine
L-Cysteine แอล-ซีสเตอีน เป็นสารประเภท กรดอะมิโน ชนิดหนึ่งที่เป็นสารตั้งต้นในการการสร้าง กลูต้าไธโอนให้กับร่างกาย มีคุณสมบัติลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ต้านการเสื่อมของเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวหน้า ขาวสวยใส เรียบ เนียน เปล่งปลั่ง ฝ้าและ จุดด่างดำ รวมถึงผิวทั่วเรือนร่าง เช่นใต้วงแขน บริเวณขอบชุดชั้นใน (Bikini line) ริมฝีปาก และบริเวณหัวนม ให้ขาวอมชมพู
10.L-Carnitine
แอล-คาร์นิทีน เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายได้รับจาก ทางคือ ร่างกายสามารถสร้างเองได้ และได้รับจากการรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ แอล-คาร์นิทีน ทำหน้าที่นำากรดไขมันเข้าไปเผาผลาญเป็นพลังงานให้แก่ร่างกายดังนั้นถ้าหากร่างกายได้รับ แอล-คาร์นิทีน ไม่เพียงพอ การเผาผลาญพลังงานก็จะลดลง และจะทำให้ไขมันถูกสะสมในร่างกายมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ มีอาการปวดเมื่อย อ่อนแรง และที่สำคัญคือโรคอ้วน การได้รับแอล-คาร์นิทีนเสริมเข้าไป เพื่อให้ร่างกายนำไปเผาผลาญเป็นพลังงาน และเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมในปัจจุบันนี้ แอล-คาร์นิทีนมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น การควบคุมน้ำหนัก ระบบหลอดเลือดและหัวใจ ภาวะผู้มีบุตรยากในเพศชาย การออกกำลังกาย เล่นกีฬา ระบบการเผาผลาญพลังงาน ฯลฯ


11.Chitosan /ไคโตซาน
ไคโตซาน เป็นสารที่ชอบไขมัน (Lipophiline) ซึ่งต่างจากใยอาหารทั่วไปที่จัดเป็นสารที่ชอบน้ำ (Hydrophilic) เนื่องจากไคโตซานเป็นโพลีเมอร์ที่มีประจุบวก จึงสามารถดูดจับไขมันซึ่งโดยทั่วไปเป็นประจุลบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกลไกการดูดจับดังกล่าว จะเป็นการจับไขมันที่รับประทานเข้าไป ทำให้ไม่สามารถถูกย่อยหรือดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ แต่จะถูกขับถ่ายออกจากร่างกายพร้อมกับไคโตซาน และสามารถช่วยควบคุมระดับ คอเลสเตอรอลได้ โดยChitosan จะดูดซับคอเลสเตอรอลและควบคุมการดูดซึมไขมันภายในลำไส้ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และยังสามารถช่วยลด Cholesterol ชนิด LDLและเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลชนิด HDLได้ด้วย

12.Sucraloseซูคราโลส
 มีความหวานมากกว่าน้ำตาล 600 เท่า จึงใช้ในปริมาณน้อยกว่าน้ำตาลมาก ให้ความหวานใกล้เคียงกับน้ำตาล ไม่ให้พลังงาน ใช้ในอาหารสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ไม่ทำให้ฟันผุเหมือนรับประทานน้ำตาล ละลายน้ำได้ดี ใช้ปรุงอาหารและขนมทุกชนิด ไม่มีผลต่อระบบนิเวศน์ เป็นสารที่ผลิตจากธรรมชาติ ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดหรือระดับอินซูลิน ใช้ได้ในอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เก็บรักษาเช่นเดียวกับน้ำตาล

13. Mixed berries / ผงเบอร์รี่ผสม
       จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเบอร์รี่และโรคมะเร็ง ซึ่งผลที่ออกมาปรากฏว่า กรดผลไม้หลายชนิดมีฤทธิ์ยังยั้งเซลล์มะเร็งได้ และผลไม้จำพวกเบอร์รี่มีกรดชนิดนี้อยู่มาก นอกจากนี้เบอร์รี่ยังได้ขึ้นชื่อว่า เป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระตัวยงเลยทีเดียว เบอร์รี่แต่ละชนิดจะมีผลดีต่อสุขภาพแตกต่างกันไปเล็กน้อย เช่น

บลูเบอร์รี่
 ช่วยในเรื่องของดวงตา ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกตา การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และลดน้ำตาลในเลือด ส่วนสตรอเบอร์รี่จะเด่นด้านบำรุงทางเดินอาหาร เป็นต้น ซึ่งสรรพคุณโดยรวมของตระกูลเบอร์รี่ สารต้านอนุมูลที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มการทำงานของหลอดเลือด ลดการอักเสบ รวมทั้งโรคทางระบบประสาทและสมอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น